หัวข้อ : การแต่งกาย

ชื่อไทย : กำหนดการแต่งกายของผู้ที่มีตำแหน่งเฝ้าแต่ไม่อยู่ในฐานะที่จะใช้เครื่องแบบราชการ

ชื่ออังกฤษ : -

ในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เพื่อปรับปรุงแก้ไขระเบียบการแต่งกายของผู้มีตำแหน่งเฝ้า แต่ไม่อยู่ในฐานะที่จะใช้เครื่องแบบราชการให้เหมาะสมยิ่งขึ้น และตราเป็นพระราชกฤษฎีกา (คัดจากต้นฉบับ พ.ศ. ๒๔๙๙)

 


พระราชกฤษฎีกา

กำหนดการแต่งกายของผู้ที่มีตำแหน่งเฝ้า

แต่ไม่อยู่ในฐานะที่จะใช้เครื่องแบบราชการ

พ.ศ. ๒๔๙๙

------------------------------------------------------------------------

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๙๙

เป็นปีที่ ๑๑ ใน รัชกาลปัจจุบัน

            พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มี พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่าโดยที่เป็นการสมควรกำหนดการ แต่งกาย ของผู้ที่มีตำแหน่งเฝ้า แต่ไม่อยู่ในฐานะที่จะใช้เครื่องแบบราชการอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๔๗๕ แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๙๕ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

       มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกากำหนดการแต่งกายของผู้ที่มีตำแหน่งเฝ้าแต่ไม่อยู่ในฐานะที่จะใช้เครื่องแบบราชการ พ.ศ. ๒๔๙๙”

       มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

       มาตรา ๓ ให้ยกเลิก

       (๑) ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องระเบียบการแต่งกาย ของผู้ที่มีตำแหน่งเฝ้า แต่ไม่อยู่ในฐานะที่จะใช้เครื่องแบบราชการ ลงวันที่ ๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๖

       (๒) ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบการแต่งกาย ของผู้ที่มีตำแหน่งเฝ้า แต่ไม่อยู่ในฐานะที่จะใช้เครื่องแบบราชการ ลงวันที่ ๒๘ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๘

       (๓) ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบการแต่งกาย ของผู้ที่มีตำแหน่งเฝ้า แต่ไม่อยู่ในฐานะที่จะใช้เครื่องแบบราชการ ลงวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๘

       (๔) ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบการแต่งกาย ของผู้ที่มีตำแหน่งเฝ้า แต่ไม่อยู่ในฐานะที่จะใช้เครื่องแบบราชการ(ฉบับที่ ๒) ลงวันที่ ๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๙

       มาตรา ๔ ในพระราชกฤษฎีกานี้

       “ผู้ที่มีตำแหน่งเฝ้า”หมายความว่า

       (๑) พระบรมวงศานุวงศ์

       (๒) ผู้ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรตั้งแต่ชั้นเบญจมาภรมงกุฎไทยขึ้นไป

       (๓) ผู้ที่ทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ หรือได้รับคำนัดหมายทางราชการให้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

       มาตรา ๕ ให้มีเครื่องแบบสำหรับ ผู้ที่มีตำแหน่งเฝ้า แต่ไม่อยู่ในฐานะที่จะใช้เครื่องแบบราชการ ๔ ชนิด คือ

       (๑) เครื่องแบบปกติ

       (๒) เครื่องแบบครึ่งยศ

       (๓) เครื่องแบบเต็มยศ

       (๔) เครื่องแบบสโมสร

       มาตรา ๖ เครื่องแบบปกติ ประกอบด้วย

       (๑) หมวกทรงหม้อตาลสีขาว กะบังทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ สายรัดคางทำด้วยแถบสีทอง มีดุมโลหะสีทองขนาดเล็กติดที่ข้างหมวกข้างละ ๑ ดุม ผ้าพันหมวกเป็นแถบลายถักสีขาว กว้าง ๔ เซนติเมตร ที่หมวกมีตราพระมหามงกุฎ ในลายกนกปักด้วยดิ้นสีทอง สูง ๕ เซนติเมตร บนพื้นเยาะสักหลาดสีขาว

       (๒) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีขาว แบบราชการ ที่แนวอกเสื้อมีดุมโลหะสีทอง ขนาดใหญ่ ๕ ดุม

       (๓) กางเกงขายาวสีขาว แบบสากล ไม่พับปลายขา

       (๔) รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อหนังสีดำ และถุงเท้าสีดำ

       (๕) แผ่นทาบคอเสื้อ พื้นกำมะหยี่ มีกิ่งชัยพฤกษ์ ประกอบด้วยใบ ข้างละ ๕ ใบ ปักด้วยดิ้นสีทองเต็มแผ่นทาบคอเสื้อและที่กึ่งกลางมุมแหลมติดดุมโลหะสีทองขนาดเล็ก ข้างละ ๑ ดุม

       สำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายหน้า ซึ่งได้รับพระราชทานเครื่องราชขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรื่องยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ ให้ใช้อิรทรธนูพื้นกำมะหยี่สีเขียวแก่ ปักด้วยดิ้นทองเป็นยันต์ ที่ต้นอินทรธนูมีจักรี ที่กึ่งกลางอินทรธนูมีปทุมอุนาโลม ที่ปลายอินทรธนูมีดุมสีทองขนาดเล็ก ข้างละ 1ดุม

       มาตรา ๗ เครื่องแบบครึ่งยศ เช่นเดียวกับเครื่องแบบปกติ เว้นแต่กางเกง ให้ใช้กางเกงสักหลาด หรือ เสิทสีดำลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงตามมาตรา ๖(๓)

       มาตรา ๘ เครื่องแบบเต็มยศ เช่นเดียวกับเครื่องแบบครึ่งยศ

       มาตรา ๙ เครื่องแบบสโมสร มี ๒ ชนิด คือ

       (๑) เครื่องแบบสโมสร ก. เช่นเดียวกับเครื่องแบบเต็มยศ

     (๒) เครื่องแบบสโมสร ข. เช่นเดียวกับเครื่องแบบสโมสร ก. เว้นแต่

                   (๑) เสื้อ ให้ใช้เสื้อสโมสรสีขาวทำด้วยผ้า สักหลาด หรือเสิท เปิดอกปาดเอวมีดุมโลหะสีทองติดที่ข้อมือข้างละ ๓ ดุม และที่บรรจบเสื้อดุมติดกัน ๒ ดุม ที่ส่วนเปิดอกทั้งสองข้างติดแผ่นทาบคอตามมาตรา ๖(๕) โดยให้ดุมโลหะสีทองอยู่เบื้องบน สำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายหน้า ซึ่งได้รับพระราชทานเครื่องขัตติราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรื่อง มหาจักรี บรมราชวงศ์ ให้ใช้อินทรธนูตามมาตรา ๖(๕) วรรค ๒

                          เสื้อนี้มีส่วนประกอบ คือ เสื้อกั๊กสีขาว มีดุมโลหะทอง ๓ ดุม และเสื้อเชิตสีขาวอกแข็ง ข้อมือแข็ง คอเชิ้ตชั้นเดียว แบบปีกผีเสื้อ ผูกผ้าผูกคอสีดำ เงื่อนหูกระตาย

                   (๒) ในฤดูร้อน ให้ใช้กางเกงสีขาวตามมาตรา ๖(๓) แทนกางเกงสักหลาดหรือเสิทสีดำได้

       มาตรา ๑๐ ดุมโลหะสีทองตามพระราชกฤษฎีกานี้ ให้ใช้ดุมโลหะสีทองแบบเกลี้ยง

       มาตรา ๑๑ การประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้เป็นไปตามประกาศสำนักคณะรัฐมนตรีเรื่องลำดับเกียรติและระเบียบการประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย

       ในโอกาศที่แต่งเครื่องแบบปกติ เมื่อมิได้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ให้ประดับแพรแถบ เครื่องราชอิสริยาภรณ์สูง ๑.๕ เซนติเมตร ที่อกเสื้อเบื้องซ้ายเหนือกระเป๋าบน

      มาตรา ๑๒ ให้ สำนักพระราชวัง จัดทำเครื่องแบบตามพระราชกฤษฎีกานี้ไว้ให้ดูเป็นตัวอย่าง

       มาตรา ๑๓ ให้ นายกรัฐมนตรี รักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

 

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

จอมพล ป.พิบูลสงคราม

นายกรัฐมนตรี

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง